counter 20,391

ภาพเวลา


วันนี้ผมตื่นขึ้นมายามเช้าเกือบจะเที่ยง เป็นประจำของวันหยุด เสาร์อาทิตย์

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่กับชีวิตเดิมๆ วันเดิมๆ กับบ้านเดิมๆ

ผมตื่นมา กินกาแฟ กับ ปาท่องโก๋ ทีมีขายอยู่หน้าปากซอยประจำเสมอๆ

วันนี้ผมจะออกไป  ดื่มกัน กับเพื่อนๆของผม

พออาบน้ำ กินข้าวเสร็จ ก็ ได้เวลาออกก่อนจะไปถึงเวลานัด ตอน ห้าโมงเย็น

ก็ไปถึงที่นัด ผมมาก่อนทุกคน ก็ นั่งรอพวกเขา มองท้องฟ้าวันนี้ ดูสดใส ไม่มีเค้าของฝน

แต่พอมองไปนานๆมันก็ทำให้เราเหงาได้เหมือนกัน

มันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมัน ไม่หยุดนิ่ง คอยลอยไปเรื่อยๆเหมือนเมฆที่

จะไปรวมกับก้อนอื่น หรือ ลอยไป ก้อนเดียวตามลำพัง มันดูช่างเหงาจับใจจริงๆ

สักพักเพื่อนของผมก็มา ตามเวลานัด ที่ได้นัดกันใว้  แถว ท่าพระอาทิตย์

มีร้านนั่งที่ เฟิง พาผมไปร้านนึง มันดูเรียบง่าย สบายตากว้างขวาง

ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็สั่งเบียร์มาดื่มกันนั่งสังสรรค์กัน

สักพัก ผมขอตัวไปนั่งแถวริมหน้าต่าง มองไปที่แม่น้ำ มันช่างดูแล้วเหมือนกับเวลา

กำลังจะหยุดลงไป ในเวลานั้นเสีย แสงสีของตึกรามบ้านช่องเวลากลางคืน

และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเงียบสงบ แล้วมีดนตรีเบาจากในร้าน มันฟังแล้วดูมีความสุข

มีลมเย็นคอยพัดไปพัดมา ทำให้เวลาตอนนั้นของผมดูเหมือนว่า มันหยุดนิ่ง

ภาพเวลานี้ผมอยากให้ จีน มาเห็นด้วยจัง มันช่างดูอบอุ่น สุขใจ

จีน ชอบบรรยากาศเวลากลางคืนมาก เธอบอกว่าเวลากลางคืน

มันจะทำให้จิตใจเธอดูเงียบสงบ ผมก็เห็นด้วยกับเธอ เพราะเวลานี้มันทำให้ผมเงียบสงบมาก

แล้วผมก็กลับไปนั่ง ที่เดิม คุยกันสัพเพเหระกันไป

และแล้วก็ถึงเวลาเลิกลา เพื่อนของผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยไปเดินต่อแถว ใต้สะพานพุทธ ไปแถวท่าเรือ ถือเบียร์ ไปกระป๋องหนึ่ง

นั่งดูแม่น้ำยามค่ำคืน จิบเบียร์ มองแสงสีของกรุงเวลายามกลางคืน ผมยังไม่อยากกลับเท่าไหร่

เพราะตอนนี้ เวลายามกลางคืนทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ

มันทำให้ผมนึกถึงเธอขึ้นมาจับใจ ถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อยู่กับผมแล้วก็ตาม



ภาพเวลา


วันนี้ผมตื่นขึ้นมายามเช้าเกือบจะเที่ยง เป็นประจำของวันหยุด เสาร์อาทิตย์

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่กับชีวิตเดิมๆ วันเดิมๆ กับบ้านเดิมๆ

ผมตื่นมา กินกาแฟ กับ ปาท่องโก๋ ทีมีขายอยู่หน้าปากซอยประจำเสมอๆ

วันนี้ผมจะออกไป  ดื่มกัน กับเพื่อนๆของผม

พออาบน้ำ กินข้าวเสร็จ ก็ ได้เวลาออกก่อนจะไปถึงเวลานัด ตอน ห้าโมงเย็น

ก็ไปถึงที่นัด ผมมาก่อนทุกคน ก็ นั่งรอพวกเขา มองท้องฟ้าวันนี้ ดูสดใส ไม่มีเค้าของฝน

แต่พอมองไปนานๆมันก็ทำให้เราเหงาได้เหมือนกัน

มันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมัน ไม่หยุดนิ่ง คอยลอยไปเรื่อยๆเหมือนเมฆที่

จะไปรวมกับก้อนอื่น หรือ ลอยไป ก้อนเดียวตามลำพัง มันดูช่างเหงาจับใจจริงๆ

สักพักเพื่อนของผมก็มา ตามเวลานัด ที่ได้นัดกันใว้  แถว ท่าพระอาทิตย์

มีร้านนั่งที่ เฟิง พาผมไปร้านนึง มันดูเรียบง่าย สบายตากว้างขวาง

ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็สั่งเบียร์มาดื่มกันนั่งสังสรรค์กัน

สักพัก ผมขอตัวไปนั่งแถวริมหน้าต่าง มองไปที่แม่น้ำ มันช่างดูแล้วเหมือนกับเวลา

กำลังจะหยุดลงไป ในเวลานั้นเสีย แสงสีของตึกรามบ้านช่องเวลากลางคืน

และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเงียบสงบ แล้วมีดนตรีเบาจากในร้าน มันฟังแล้วดูมีความสุข

มีลมเย็นคอยพัดไปพัดมา ทำให้เวลาตอนนั้นของผมดูเหมือนว่า มันหยุดนิ่ง

ภาพเวลานี้ผมอยากให้ จีน มาเห็นด้วยจัง มันช่างดูอบอุ่น สุขใจ

จีน ชอบบรรยากาศเวลากลางคืนมาก เธอบอกว่าเวลากลางคืน

มันจะทำให้จิตใจเธอดูเงียบสงบ ผมก็เห็นด้วยกับเธอ เพราะเวลานี้มันทำให้ผมเงียบสงบมาก

แล้วผมก็กลับไปนั่ง ที่เดิม คุยกันสัพเพเหระกันไป

และแล้วก็ถึงเวลาเลิกลา เพื่อนของผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยไปเดินต่อแถว ใต้สะพานพุทธ ไปแถวท่าเรือ ถือเบียร์ ไปกระป๋องหนึ่ง

นั่งดูแม่น้ำยามค่ำคืน จิบเบียร์ มองแสงสีของกรุงเวลายามกลางคืน ผมยังไม่อยากกลับเท่าไหร่

เพราะตอนนี้ เวลายามกลางคืนทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ

มันทำให้ผมนึกถึงเธอขึ้นมาจับใจ ถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อยู่กับผมแล้วก็ตาม



M@ Dream









วั น นี้ ล ม เ ย็ น ส บ า ย ดี จั ง

  ผ ม ค่ อ ย ๆ เ อ น ศ รี ษ ะ ล ง บ น ตั ก ข อ ง เ ธ อ  

แ ล้ ว เ ธ อ ก็ ค อ ย ร้ อ ง เ พ ล ง 

  อั น แ ส น ไ พ เ ร า ะ อ บ อุ่ น ห ว า น ๆ อ อ ก ม า



ทำ ใ ห้ ผ ม เ ค ลิ้ ม จ น เ ห มื อ น กั บ น อ น อ ยู่ บ น ปุ ย เ ม ฆ ที่

ช่ า ง นุ่ ม เ ห ลื อ เ กิ ณ สั ก พั ก เ ธ อ ก็ จั บ ศ รี ษ ะ ผ ม ขึ้ น ม า

แ ล้ ว เ ธ อ ก็   เ อ า ศ รี ษ ะ ข อ ง เ ธ อ ม า พั ก ที่ ไ ห ล่ ข อ ง ผ ม

แ ล้ ว พู ด กั บ ผ ม ว่ า เ ว ล า นี้ ฉั น มี ค ว า ม สุ ข ที่ สุ ด เ ล ย ห ล่ ะ

เ ว ล า ที่ ไ ด้ อ ยู่ ใ ก ล้ เ ธ อ มั น ช่ า ง ดู อ บ อุ่ น เ สี ย เ ห ลื อ เ กิ ณ
 




ร อ บ ๆ เ ร า ก็ มี แ ต่ ด อ ก ไ ม้ แ ล้ ว ก็ ต้ น ไ ม้ ใ ห ญ่

ที่ ค อ ย บั ง แ ด ด ใ ห้ แ ก่ พ ว ก เ ร า มี เ สี ย ง น ก ร้  อ ง เ รี ย ก ห า กั น

มั น ช่ า ง มี ค ว า ม สุ ข จ ริ ง ๆ เ ล ย น้ า ท้ อ ง ฟ้ า ก็

แ ส ง อ อ ก ร ะ เ รื อ ๆ ส้ ม อ่ อน ๆ แ ล้ ว ผ ม ก็ พู ด กั บ เ ธ อ ว่ า
 




บ ร ร ย า ก า ศ เ ว ล า นี้ มั น เ ห มื อ น กั บ ว่ า

จ ง ใ จ ใ ห้ เ ร า ไ ด้ ม า อ ยู่ ด้ ว ย กั น เ ห มื อ น กั บ
 
ว่ า เ ว ล า ที่ เ ร า อ ยู่ ด้ ว ย กั น ทุ ก ๆ อ ย่ า ง

ร อ บ ตั ว เ ร า มั น จ ะ ห ยุ ด ล ง

แ ต่ อ ยู่ ดี ๆ ผ ม ก็ ไ ด้ ยิ น เ สี ย ง เ พ ล ง ข อ ง

ด น ต รี อ อ เ ค ร ส ต้ า ดั ง ขึ้ น ข้ า ง ๆ หู ข อ ง ผ ม

แ ล ะ ค่ อ ย ๆ ดั ง ขึ้ น เ รื่ อ ย ๆ  . . . . . .

  ผ ม ก็ เ ล ย ลุ ก ขึ้ น เ ดิ น ห า ต้ น ต อ ข อ ง เ สี  ย ง นั้ น 

ผม เ ดิ  น ต า ม ห าไ ป เ รื่ อ ย ๆ  จ น เ สี ย ง มั น ชั ก ดั ง ขึ้ น เ รื่ อยๆ
 
จ น ผ ม ท น ไ ม่ ไ ห ว  จึ ง ส ะ ดุ้ ง   ลื ม ต า ขึ้ น ม า
 
มื อ ถื อ ข อ ง ผ ม ดั ง อ ยู่ ข้ า ง ๆ

หู ผ ม แ ล ะ ห นั ง สื อ ที่ ก อ ง อ ยู่ ห น้ า ผ ม

ก็ เ ปิ ด อ อ ก เ พ ร า ะ ล ม พั ด ว า บ ๆ เ ว ล า ย า ม เ ย็ น นั่ น เ อ ง

ผ ม ก็ ลุ ก ขึ้ น ม า นั่ ง อ่ า น ห นั ง สื อ แ ล ะ
 
เ ผ ชิ ญ กั บ โ ล ก แ ห่ ง ค ว า ม จ ริ ง ต่ อ ไ ป

ที่  ซึ่ ง ไ ม่ มี ค ว า ม รั ก อ ยู่ เ ล ย ใ น ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง.............






ภาพเวลา


วันนี้ผมตื่นขึ้นมายามเช้าเกือบจะเที่ยง เป็นประจำของวันหยุด เสาร์อาทิตย์

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่กับชีวิตเดิมๆ วันเดิมๆ กับบ้านเดิมๆ

ผมตื่นมา กินกาแฟ กับ ปาท่องโก๋ ทีมีขายอยู่หน้าปากซอยประจำเสมอๆ

วันนี้ผมจะออกไป  ดื่มกัน กับเพื่อนๆของผม

พออาบน้ำ กินข้าวเสร็จ ก็ ได้เวลาออกก่อนจะไปถึงเวลานัด ตอน ห้าโมงเย็น

ก็ไปถึงที่นัด ผมมาก่อนทุกคน ก็ นั่งรอพวกเขา มองท้องฟ้าวันนี้ ดูสดใส ไม่มีเค้าของฝน

แต่พอมองไปนานๆมันก็ทำให้เราเหงาได้เหมือนกัน

มันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมัน ไม่หยุดนิ่ง คอยลอยไปเรื่อยๆเหมือนเมฆที่

จะไปรวมกับก้อนอื่น หรือ ลอยไป ก้อนเดียวตามลำพัง มันดูช่างเหงาจับใจจริงๆ

สักพักเพื่อนของผมก็มา ตามเวลานัด ที่ได้นัดกันใว้  แถว ท่าพระอาทิตย์

มีร้านนั่งที่ เฟิง พาผมไปร้านนึง มันดูเรียบง่าย สบายตากว้างขวาง

ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็สั่งเบียร์มาดื่มกันนั่งสังสรรค์กัน

สักพัก ผมขอตัวไปนั่งแถวริมหน้าต่าง มองไปที่แม่น้ำ มันช่างดูแล้วเหมือนกับเวลา

กำลังจะหยุดลงไป ในเวลานั้นเสีย แสงสีของตึกรามบ้านช่องเวลากลางคืน

และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเงียบสงบ แล้วมีดนตรีเบาจากในร้าน มันฟังแล้วดูมีความสุข

มีลมเย็นคอยพัดไปพัดมา ทำให้เวลาตอนนั้นของผมดูเหมือนว่า มันหยุดนิ่ง

ภาพเวลานี้ผมอยากให้ จีน มาเห็นด้วยจัง มันช่างดูอบอุ่น สุขใจ

จีน ชอบบรรยากาศเวลากลางคืนมาก เธอบอกว่าเวลากลางคืน

มันจะทำให้จิตใจเธอดูเงียบสงบ ผมก็เห็นด้วยกับเธอ เพราะเวลานี้มันทำให้ผมเงียบสงบมาก

แล้วผมก็กลับไปนั่ง ที่เดิม คุยกันสัพเพเหระกันไป

และแล้วก็ถึงเวลาเลิกลา เพื่อนของผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยไปเดินต่อแถว ใต้สะพานพุทธ ไปแถวท่าเรือ ถือเบียร์ ไปกระป๋องหนึ่ง

นั่งดูแม่น้ำยามค่ำคืน จิบเบียร์ มองแสงสีของกรุงเวลายามกลางคืน ผมยังไม่อยากกลับเท่าไหร่

เพราะตอนนี้ เวลายามกลางคืนทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ

มันทำให้ผมนึกถึงเธอขึ้นมาจับใจ ถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อยู่กับผมแล้วก็ตาม



M@ Dream









วั น นี้ ล ม เ ย็ น ส บ า ย ดี จั ง

  ผ ม ค่ อ ย ๆ เ อ น ศ รี ษ ะ ล ง บ น ตั ก ข อ ง เ ธ อ  

แ ล้ ว เ ธ อ ก็ ค อ ย ร้ อ ง เ พ ล ง 

  อั น แ ส น ไ พ เ ร า ะ อ บ อุ่ น ห ว า น ๆ อ อ ก ม า



ทำ ใ ห้ ผ ม เ ค ลิ้ ม จ น เ ห มื อ น กั บ น อ น อ ยู่ บ น ปุ ย เ ม ฆ ที่

ช่ า ง นุ่ ม เ ห ลื อ เ กิ ณ สั ก พั ก เ ธ อ ก็ จั บ ศ รี ษ ะ ผ ม ขึ้ น ม า

แ ล้ ว เ ธ อ ก็   เ อ า ศ รี ษ ะ ข อ ง เ ธ อ ม า พั ก ที่ ไ ห ล่ ข อ ง ผ ม

แ ล้ ว พู ด กั บ ผ ม ว่ า เ ว ล า นี้ ฉั น มี ค ว า ม สุ ข ที่ สุ ด เ ล ย ห ล่ ะ

เ ว ล า ที่ ไ ด้ อ ยู่ ใ ก ล้ เ ธ อ มั น ช่ า ง ดู อ บ อุ่ น เ สี ย เ ห ลื อ เ กิ ณ
 




ร อ บ ๆ เ ร า ก็ มี แ ต่ ด อ ก ไ ม้ แ ล้ ว ก็ ต้ น ไ ม้ ใ ห ญ่

ที่ ค อ ย บั ง แ ด ด ใ ห้ แ ก่ พ ว ก เ ร า มี เ สี ย ง น ก ร้  อ ง เ รี ย ก ห า กั น

มั น ช่ า ง มี ค ว า ม สุ ข จ ริ ง ๆ เ ล ย น้ า ท้ อ ง ฟ้ า ก็

แ ส ง อ อ ก ร ะ เ รื อ ๆ ส้ ม อ่ อน ๆ แ ล้ ว ผ ม ก็ พู ด กั บ เ ธ อ ว่ า
 




บ ร ร ย า ก า ศ เ ว ล า นี้ มั น เ ห มื อ น กั บ ว่ า

จ ง ใ จ ใ ห้ เ ร า ไ ด้ ม า อ ยู่ ด้ ว ย กั น เ ห มื อ น กั บ
 
ว่ า เ ว ล า ที่ เ ร า อ ยู่ ด้ ว ย กั น ทุ ก ๆ อ ย่ า ง

ร อ บ ตั ว เ ร า มั น จ ะ ห ยุ ด ล ง

แ ต่ อ ยู่ ดี ๆ ผ ม ก็ ไ ด้ ยิ น เ สี ย ง เ พ ล ง ข อ ง

ด น ต รี อ อ เ ค ร ส ต้ า ดั ง ขึ้ น ข้ า ง ๆ หู ข อ ง ผ ม

แ ล ะ ค่ อ ย ๆ ดั ง ขึ้ น เ รื่ อ ย ๆ  . . . . . .

  ผ ม ก็ เ ล ย ลุ ก ขึ้ น เ ดิ น ห า ต้ น ต อ ข อ ง เ สี  ย ง นั้ น 

ผม เ ดิ  น ต า ม ห าไ ป เ รื่ อ ย ๆ  จ น เ สี ย ง มั น ชั ก ดั ง ขึ้ น เ รื่ อยๆ
 
จ น ผ ม ท น ไ ม่ ไ ห ว  จึ ง ส ะ ดุ้ ง   ลื ม ต า ขึ้ น ม า
 
มื อ ถื อ ข อ ง ผ ม ดั ง อ ยู่ ข้ า ง ๆ

หู ผ ม แ ล ะ ห นั ง สื อ ที่ ก อ ง อ ยู่ ห น้ า ผ ม

ก็ เ ปิ ด อ อ ก เ พ ร า ะ ล ม พั ด ว า บ ๆ เ ว ล า ย า ม เ ย็ น นั่ น เ อ ง

ผ ม ก็ ลุ ก ขึ้ น ม า นั่ ง อ่ า น ห นั ง สื อ แ ล ะ
 
เ ผ ชิ ญ กั บ โ ล ก แ ห่ ง ค ว า ม จ ริ ง ต่ อ ไ ป

ที่  ซึ่ ง ไ ม่ มี ค ว า ม รั ก อ ยู่ เ ล ย ใ น ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง.............






Ma life To Na

 

ชีวิตคนเราเกิดมายังไงก็ต้องตายกันสักวันหนึ่ง

มันไม่สามารถกำหนดได้เลยว่า จะตายวันนี้ หรือตายวันใหน

แต่ตอนนี้เรายังมีชีวิตอยู่ เราทำวันนี้ให้ดีได้หรือยัง




เป็นสิ่งที่ผมคิดได้ก็เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อนผมคนหนึ่ง

ซึ่งก็พึ่งจะสนิทกันตอน เรียนมหาวิทยาลัย ได้จากไปเสียแล้ว ซึ่งผมไม่รุ้ว่า

เค้าได้ตายจากไปแล้ว ซึ่งวันนี้ ผมจะไปงานศพเค้าวันแรก และก็วันสุดท้าย คือวันนี้วันเผา

พอรู้ข่าวเรื่องนี้ มันทำให้ ชีวิต ดู ขมขื่น ดู หวั่นไหวไปซะหมด



ยังจำสิ่งที่คุยกันได้อยู่เลย สิ่งที่พูดกับผมครั้งสุดท้าย

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนดีๆเค้าถึงได้จากไปเร็วเสียเหลือเกิณ

มันดูไม่ยุติธรรมกับคนดีเสียเลย แต่ยังไงมันก็ช่วยอะไรไม่ได้

จะมานั่งเศร้า มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ยังไงวันนี้ ก็ จะเจอกันครั้งสุดท้ายแล้ว

ก็ขอแค่ พูดด้วยเป็นครั้งสุดท้าย เถอะ และลาก่อน เพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง



เกิดมาเจอกันก็คือ พรมลิขิต อย่างหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันยาวนาน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คือ คำว่า  " เพื่อน "



" ไอ้นะ "  ยังไง เอ็งก็คือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง จากไปอย่างสงบเถอะ

แล้ว เจอกันชาติหน้านะ ไปอย่างสบายเถอะ



ไม่รุ้จะใส่เพลงอะไรลงไป เอาเพลงที่เอ็งร้องเป็น

เพลงสุดท้ายที่เราได้ซ้อมดนตรีด้วยกันแล้วกันนะ



ปล่อยฉัน resto หลับให้สบายนะ " ไอ้นะ "





 





ภาพเวลา


วันนี้ผมตื่นขึ้นมายามเช้าเกือบจะเที่ยง เป็นประจำของวันหยุด เสาร์อาทิตย์

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่กับชีวิตเดิมๆ วันเดิมๆ กับบ้านเดิมๆ

ผมตื่นมา กินกาแฟ กับ ปาท่องโก๋ ทีมีขายอยู่หน้าปากซอยประจำเสมอๆ

วันนี้ผมจะออกไป  ดื่มกัน กับเพื่อนๆของผม

พออาบน้ำ กินข้าวเสร็จ ก็ ได้เวลาออกก่อนจะไปถึงเวลานัด ตอน ห้าโมงเย็น

ก็ไปถึงที่นัด ผมมาก่อนทุกคน ก็ นั่งรอพวกเขา มองท้องฟ้าวันนี้ ดูสดใส ไม่มีเค้าของฝน

แต่พอมองไปนานๆมันก็ทำให้เราเหงาได้เหมือนกัน

มันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมัน ไม่หยุดนิ่ง คอยลอยไปเรื่อยๆเหมือนเมฆที่

จะไปรวมกับก้อนอื่น หรือ ลอยไป ก้อนเดียวตามลำพัง มันดูช่างเหงาจับใจจริงๆ

สักพักเพื่อนของผมก็มา ตามเวลานัด ที่ได้นัดกันใว้  แถว ท่าพระอาทิตย์

มีร้านนั่งที่ เฟิง พาผมไปร้านนึง มันดูเรียบง่าย สบายตากว้างขวาง

ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็สั่งเบียร์มาดื่มกันนั่งสังสรรค์กัน

สักพัก ผมขอตัวไปนั่งแถวริมหน้าต่าง มองไปที่แม่น้ำ มันช่างดูแล้วเหมือนกับเวลา

กำลังจะหยุดลงไป ในเวลานั้นเสีย แสงสีของตึกรามบ้านช่องเวลากลางคืน

และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเงียบสงบ แล้วมีดนตรีเบาจากในร้าน มันฟังแล้วดูมีความสุข

มีลมเย็นคอยพัดไปพัดมา ทำให้เวลาตอนนั้นของผมดูเหมือนว่า มันหยุดนิ่ง

ภาพเวลานี้ผมอยากให้ จีน มาเห็นด้วยจัง มันช่างดูอบอุ่น สุขใจ

จีน ชอบบรรยากาศเวลากลางคืนมาก เธอบอกว่าเวลากลางคืน

มันจะทำให้จิตใจเธอดูเงียบสงบ ผมก็เห็นด้วยกับเธอ เพราะเวลานี้มันทำให้ผมเงียบสงบมาก

แล้วผมก็กลับไปนั่ง ที่เดิม คุยกันสัพเพเหระกันไป

และแล้วก็ถึงเวลาเลิกลา เพื่อนของผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยไปเดินต่อแถว ใต้สะพานพุทธ ไปแถวท่าเรือ ถือเบียร์ ไปกระป๋องหนึ่ง

นั่งดูแม่น้ำยามค่ำคืน จิบเบียร์ มองแสงสีของกรุงเวลายามกลางคืน ผมยังไม่อยากกลับเท่าไหร่

เพราะตอนนี้ เวลายามกลางคืนทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ

มันทำให้ผมนึกถึงเธอขึ้นมาจับใจ ถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อยู่กับผมแล้วก็ตาม



M@ Dream









วั น นี้ ล ม เ ย็ น ส บ า ย ดี จั ง

  ผ ม ค่ อ ย ๆ เ อ น ศ รี ษ ะ ล ง บ น ตั ก ข อ ง เ ธ อ  

แ ล้ ว เ ธ อ ก็ ค อ ย ร้ อ ง เ พ ล ง 

  อั น แ ส น ไ พ เ ร า ะ อ บ อุ่ น ห ว า น ๆ อ อ ก ม า



ทำ ใ ห้ ผ ม เ ค ลิ้ ม จ น เ ห มื อ น กั บ น อ น อ ยู่ บ น ปุ ย เ ม ฆ ที่

ช่ า ง นุ่ ม เ ห ลื อ เ กิ ณ สั ก พั ก เ ธ อ ก็ จั บ ศ รี ษ ะ ผ ม ขึ้ น ม า

แ ล้ ว เ ธ อ ก็   เ อ า ศ รี ษ ะ ข อ ง เ ธ อ ม า พั ก ที่ ไ ห ล่ ข อ ง ผ ม

แ ล้ ว พู ด กั บ ผ ม ว่ า เ ว ล า นี้ ฉั น มี ค ว า ม สุ ข ที่ สุ ด เ ล ย ห ล่ ะ

เ ว ล า ที่ ไ ด้ อ ยู่ ใ ก ล้ เ ธ อ มั น ช่ า ง ดู อ บ อุ่ น เ สี ย เ ห ลื อ เ กิ ณ
 




ร อ บ ๆ เ ร า ก็ มี แ ต่ ด อ ก ไ ม้ แ ล้ ว ก็ ต้ น ไ ม้ ใ ห ญ่

ที่ ค อ ย บั ง แ ด ด ใ ห้ แ ก่ พ ว ก เ ร า มี เ สี ย ง น ก ร้  อ ง เ รี ย ก ห า กั น

มั น ช่ า ง มี ค ว า ม สุ ข จ ริ ง ๆ เ ล ย น้ า ท้ อ ง ฟ้ า ก็

แ ส ง อ อ ก ร ะ เ รื อ ๆ ส้ ม อ่ อน ๆ แ ล้ ว ผ ม ก็ พู ด กั บ เ ธ อ ว่ า
 




บ ร ร ย า ก า ศ เ ว ล า นี้ มั น เ ห มื อ น กั บ ว่ า

จ ง ใ จ ใ ห้ เ ร า ไ ด้ ม า อ ยู่ ด้ ว ย กั น เ ห มื อ น กั บ
 
ว่ า เ ว ล า ที่ เ ร า อ ยู่ ด้ ว ย กั น ทุ ก ๆ อ ย่ า ง

ร อ บ ตั ว เ ร า มั น จ ะ ห ยุ ด ล ง

แ ต่ อ ยู่ ดี ๆ ผ ม ก็ ไ ด้ ยิ น เ สี ย ง เ พ ล ง ข อ ง

ด น ต รี อ อ เ ค ร ส ต้ า ดั ง ขึ้ น ข้ า ง ๆ หู ข อ ง ผ ม

แ ล ะ ค่ อ ย ๆ ดั ง ขึ้ น เ รื่ อ ย ๆ  . . . . . .

  ผ ม ก็ เ ล ย ลุ ก ขึ้ น เ ดิ น ห า ต้ น ต อ ข อ ง เ สี  ย ง นั้ น 

ผม เ ดิ  น ต า ม ห าไ ป เ รื่ อ ย ๆ  จ น เ สี ย ง มั น ชั ก ดั ง ขึ้ น เ รื่ อยๆ
 
จ น ผ ม ท น ไ ม่ ไ ห ว  จึ ง ส ะ ดุ้ ง   ลื ม ต า ขึ้ น ม า
 
มื อ ถื อ ข อ ง ผ ม ดั ง อ ยู่ ข้ า ง ๆ

หู ผ ม แ ล ะ ห นั ง สื อ ที่ ก อ ง อ ยู่ ห น้ า ผ ม

ก็ เ ปิ ด อ อ ก เ พ ร า ะ ล ม พั ด ว า บ ๆ เ ว ล า ย า ม เ ย็ น นั่ น เ อ ง

ผ ม ก็ ลุ ก ขึ้ น ม า นั่ ง อ่ า น ห นั ง สื อ แ ล ะ
 
เ ผ ชิ ญ กั บ โ ล ก แ ห่ ง ค ว า ม จ ริ ง ต่ อ ไ ป

ที่  ซึ่ ง ไ ม่ มี ค ว า ม รั ก อ ยู่ เ ล ย ใ น ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง.............






Ma life To Na

 

ชีวิตคนเราเกิดมายังไงก็ต้องตายกันสักวันหนึ่ง

มันไม่สามารถกำหนดได้เลยว่า จะตายวันนี้ หรือตายวันใหน

แต่ตอนนี้เรายังมีชีวิตอยู่ เราทำวันนี้ให้ดีได้หรือยัง




เป็นสิ่งที่ผมคิดได้ก็เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อนผมคนหนึ่ง

ซึ่งก็พึ่งจะสนิทกันตอน เรียนมหาวิทยาลัย ได้จากไปเสียแล้ว ซึ่งผมไม่รุ้ว่า

เค้าได้ตายจากไปแล้ว ซึ่งวันนี้ ผมจะไปงานศพเค้าวันแรก และก็วันสุดท้าย คือวันนี้วันเผา

พอรู้ข่าวเรื่องนี้ มันทำให้ ชีวิต ดู ขมขื่น ดู หวั่นไหวไปซะหมด



ยังจำสิ่งที่คุยกันได้อยู่เลย สิ่งที่พูดกับผมครั้งสุดท้าย

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนดีๆเค้าถึงได้จากไปเร็วเสียเหลือเกิณ

มันดูไม่ยุติธรรมกับคนดีเสียเลย แต่ยังไงมันก็ช่วยอะไรไม่ได้

จะมานั่งเศร้า มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ยังไงวันนี้ ก็ จะเจอกันครั้งสุดท้ายแล้ว

ก็ขอแค่ พูดด้วยเป็นครั้งสุดท้าย เถอะ และลาก่อน เพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง



เกิดมาเจอกันก็คือ พรมลิขิต อย่างหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันยาวนาน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คือ คำว่า  " เพื่อน "



" ไอ้นะ "  ยังไง เอ็งก็คือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง จากไปอย่างสงบเถอะ

แล้ว เจอกันชาติหน้านะ ไปอย่างสบายเถอะ



ไม่รุ้จะใส่เพลงอะไรลงไป เอาเพลงที่เอ็งร้องเป็น

เพลงสุดท้ายที่เราได้ซ้อมดนตรีด้วยกันแล้วกันนะ



ปล่อยฉัน resto หลับให้สบายนะ " ไอ้นะ "





 





To Remember


To  Remember




พิณไพเราะ อัครจินตราคม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม

ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคู่นั้น เสียงของเธอ และรอยยิ้มที่แฝงใว้ด้วยความสดใส

สมมุติว่า จีน ดับสูญไป ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ผมจะต้องรับรู้ได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าจะห่างไกล

แม้ว่าจะไม่ได้พบกันอีกเลย







" เป็นความคิดที่ผม คิดหลังจากที่เราได้เลิกกันไป "






 






ผมพยายามที่จะลืมเธอไปให้ได้ แต่มันก็เหมือนจะตอกย้ำผมเสมอๆ

ทุกช่วงเวลา ทุกวินาที ทุกวันเวลา ความทรงจำต่างๆที่เธอเคยทำ

ทุกคำพูดที่ออกจากปากของเธอ มันคือสิ่งที่ทำให้โลกนี้สดใสเสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหน มันเหมือนมีเธออยู่ด้วยเสมอๆ ผมไม่สามารถลืมเธอได้เลย

เหมือนกับว่าไม่สามารถเอาออกไปได้ เหมือนใส่กุญแจเตือนใจของเราอยู่

ผมพยายามจะหากุญแจมาไข แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเจอมันได้เลย






เวลาที่ผมท้อแท้ใจ




" จีนมักจะมาพูดข้างๆหู เสมอๆว่า

ยังไงคนเราก็ต้องเจอกับปัญหาต่างๆกันทุกคนอยู่แล้ว

แต่อยู่ที่ว่าเรากล้าที่จะเผชิญกับมันหรือเปล่าเท่านั้นเองน้า "





เป็นประโยคที่เธอพูดปลอบผมเสมอๆเวลาที่ท้อแท้ใจ และ
 
ประโยคนี้อาจจะปลอบผมไปตลอดและต่อไปเรื่อยๆ









ตราบใดที่ผมยังไม่ยอมตัด จีน ออกจากชีวิต ผมคงไม่สามารถมีใครได้จริงๆ

นั่นเป็นเหตุผลที่อยู่กับผมมายาวนานที่สุด






ถ้าหากเราได้เจอกันอีก แล้วเธอมีคนใหม่

เธอก็อาจจะไปเป็นความทรงจำในซอกหลืบซอกใดซอกหนึ่งในความทรงจำของผม

อาจจะเป็นเพราะลึกๆ ผมเองก็หวังอยากให้เป็นยังงั้นก็ได้


" เพื่อจะได้กล่าวคำอำลาจากความทรงจำนี้เสียที "





"  สุขสันวันครบรอบ ถึงจะเลิกกันไปแล้ว

แต่เอิร์ดก็จำวันที่เราคบกันวันแรกได้น้า "



" เพลงที่เธอชอบ "

"  รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง "











 



 

ภาพเวลา


วันนี้ผมตื่นขึ้นมายามเช้าเกือบจะเที่ยง เป็นประจำของวันหยุด เสาร์อาทิตย์

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่กับชีวิตเดิมๆ วันเดิมๆ กับบ้านเดิมๆ

ผมตื่นมา กินกาแฟ กับ ปาท่องโก๋ ทีมีขายอยู่หน้าปากซอยประจำเสมอๆ

วันนี้ผมจะออกไป  ดื่มกัน กับเพื่อนๆของผม

พออาบน้ำ กินข้าวเสร็จ ก็ ได้เวลาออกก่อนจะไปถึงเวลานัด ตอน ห้าโมงเย็น

ก็ไปถึงที่นัด ผมมาก่อนทุกคน ก็ นั่งรอพวกเขา มองท้องฟ้าวันนี้ ดูสดใส ไม่มีเค้าของฝน

แต่พอมองไปนานๆมันก็ทำให้เราเหงาได้เหมือนกัน

มันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมัน ไม่หยุดนิ่ง คอยลอยไปเรื่อยๆเหมือนเมฆที่

จะไปรวมกับก้อนอื่น หรือ ลอยไป ก้อนเดียวตามลำพัง มันดูช่างเหงาจับใจจริงๆ

สักพักเพื่อนของผมก็มา ตามเวลานัด ที่ได้นัดกันใว้  แถว ท่าพระอาทิตย์

มีร้านนั่งที่ เฟิง พาผมไปร้านนึง มันดูเรียบง่าย สบายตากว้างขวาง

ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็สั่งเบียร์มาดื่มกันนั่งสังสรรค์กัน

สักพัก ผมขอตัวไปนั่งแถวริมหน้าต่าง มองไปที่แม่น้ำ มันช่างดูแล้วเหมือนกับเวลา

กำลังจะหยุดลงไป ในเวลานั้นเสีย แสงสีของตึกรามบ้านช่องเวลากลางคืน

และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเงียบสงบ แล้วมีดนตรีเบาจากในร้าน มันฟังแล้วดูมีความสุข

มีลมเย็นคอยพัดไปพัดมา ทำให้เวลาตอนนั้นของผมดูเหมือนว่า มันหยุดนิ่ง

ภาพเวลานี้ผมอยากให้ จีน มาเห็นด้วยจัง มันช่างดูอบอุ่น สุขใจ

จีน ชอบบรรยากาศเวลากลางคืนมาก เธอบอกว่าเวลากลางคืน

มันจะทำให้จิตใจเธอดูเงียบสงบ ผมก็เห็นด้วยกับเธอ เพราะเวลานี้มันทำให้ผมเงียบสงบมาก

แล้วผมก็กลับไปนั่ง ที่เดิม คุยกันสัพเพเหระกันไป

และแล้วก็ถึงเวลาเลิกลา เพื่อนของผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยไปเดินต่อแถว ใต้สะพานพุทธ ไปแถวท่าเรือ ถือเบียร์ ไปกระป๋องหนึ่ง

นั่งดูแม่น้ำยามค่ำคืน จิบเบียร์ มองแสงสีของกรุงเวลายามกลางคืน ผมยังไม่อยากกลับเท่าไหร่

เพราะตอนนี้ เวลายามกลางคืนทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ

มันทำให้ผมนึกถึงเธอขึ้นมาจับใจ ถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อยู่กับผมแล้วก็ตาม



M@ Dream









วั น นี้ ล ม เ ย็ น ส บ า ย ดี จั ง

  ผ ม ค่ อ ย ๆ เ อ น ศ รี ษ ะ ล ง บ น ตั ก ข อ ง เ ธ อ  

แ ล้ ว เ ธ อ ก็ ค อ ย ร้ อ ง เ พ ล ง 

  อั น แ ส น ไ พ เ ร า ะ อ บ อุ่ น ห ว า น ๆ อ อ ก ม า



ทำ ใ ห้ ผ ม เ ค ลิ้ ม จ น เ ห มื อ น กั บ น อ น อ ยู่ บ น ปุ ย เ ม ฆ ที่

ช่ า ง นุ่ ม เ ห ลื อ เ กิ ณ สั ก พั ก เ ธ อ ก็ จั บ ศ รี ษ ะ ผ ม ขึ้ น ม า

แ ล้ ว เ ธ อ ก็   เ อ า ศ รี ษ ะ ข อ ง เ ธ อ ม า พั ก ที่ ไ ห ล่ ข อ ง ผ ม

แ ล้ ว พู ด กั บ ผ ม ว่ า เ ว ล า นี้ ฉั น มี ค ว า ม สุ ข ที่ สุ ด เ ล ย ห ล่ ะ

เ ว ล า ที่ ไ ด้ อ ยู่ ใ ก ล้ เ ธ อ มั น ช่ า ง ดู อ บ อุ่ น เ สี ย เ ห ลื อ เ กิ ณ
 




ร อ บ ๆ เ ร า ก็ มี แ ต่ ด อ ก ไ ม้ แ ล้ ว ก็ ต้ น ไ ม้ ใ ห ญ่

ที่ ค อ ย บั ง แ ด ด ใ ห้ แ ก่ พ ว ก เ ร า มี เ สี ย ง น ก ร้  อ ง เ รี ย ก ห า กั น

มั น ช่ า ง มี ค ว า ม สุ ข จ ริ ง ๆ เ ล ย น้ า ท้ อ ง ฟ้ า ก็

แ ส ง อ อ ก ร ะ เ รื อ ๆ ส้ ม อ่ อน ๆ แ ล้ ว ผ ม ก็ พู ด กั บ เ ธ อ ว่ า
 




บ ร ร ย า ก า ศ เ ว ล า นี้ มั น เ ห มื อ น กั บ ว่ า

จ ง ใ จ ใ ห้ เ ร า ไ ด้ ม า อ ยู่ ด้ ว ย กั น เ ห มื อ น กั บ
 
ว่ า เ ว ล า ที่ เ ร า อ ยู่ ด้ ว ย กั น ทุ ก ๆ อ ย่ า ง

ร อ บ ตั ว เ ร า มั น จ ะ ห ยุ ด ล ง

แ ต่ อ ยู่ ดี ๆ ผ ม ก็ ไ ด้ ยิ น เ สี ย ง เ พ ล ง ข อ ง

ด น ต รี อ อ เ ค ร ส ต้ า ดั ง ขึ้ น ข้ า ง ๆ หู ข อ ง ผ ม

แ ล ะ ค่ อ ย ๆ ดั ง ขึ้ น เ รื่ อ ย ๆ  . . . . . .

  ผ ม ก็ เ ล ย ลุ ก ขึ้ น เ ดิ น ห า ต้ น ต อ ข อ ง เ สี  ย ง นั้ น 

ผม เ ดิ  น ต า ม ห าไ ป เ รื่ อ ย ๆ  จ น เ สี ย ง มั น ชั ก ดั ง ขึ้ น เ รื่ อยๆ
 
จ น ผ ม ท น ไ ม่ ไ ห ว  จึ ง ส ะ ดุ้ ง   ลื ม ต า ขึ้ น ม า
 
มื อ ถื อ ข อ ง ผ ม ดั ง อ ยู่ ข้ า ง ๆ

หู ผ ม แ ล ะ ห นั ง สื อ ที่ ก อ ง อ ยู่ ห น้ า ผ ม

ก็ เ ปิ ด อ อ ก เ พ ร า ะ ล ม พั ด ว า บ ๆ เ ว ล า ย า ม เ ย็ น นั่ น เ อ ง

ผ ม ก็ ลุ ก ขึ้ น ม า นั่ ง อ่ า น ห นั ง สื อ แ ล ะ
 
เ ผ ชิ ญ กั บ โ ล ก แ ห่ ง ค ว า ม จ ริ ง ต่ อ ไ ป

ที่  ซึ่ ง ไ ม่ มี ค ว า ม รั ก อ ยู่ เ ล ย ใ น ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง.............






Ma life To Na

 

ชีวิตคนเราเกิดมายังไงก็ต้องตายกันสักวันหนึ่ง

มันไม่สามารถกำหนดได้เลยว่า จะตายวันนี้ หรือตายวันใหน

แต่ตอนนี้เรายังมีชีวิตอยู่ เราทำวันนี้ให้ดีได้หรือยัง




เป็นสิ่งที่ผมคิดได้ก็เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อนผมคนหนึ่ง

ซึ่งก็พึ่งจะสนิทกันตอน เรียนมหาวิทยาลัย ได้จากไปเสียแล้ว ซึ่งผมไม่รุ้ว่า

เค้าได้ตายจากไปแล้ว ซึ่งวันนี้ ผมจะไปงานศพเค้าวันแรก และก็วันสุดท้าย คือวันนี้วันเผา

พอรู้ข่าวเรื่องนี้ มันทำให้ ชีวิต ดู ขมขื่น ดู หวั่นไหวไปซะหมด



ยังจำสิ่งที่คุยกันได้อยู่เลย สิ่งที่พูดกับผมครั้งสุดท้าย

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนดีๆเค้าถึงได้จากไปเร็วเสียเหลือเกิณ

มันดูไม่ยุติธรรมกับคนดีเสียเลย แต่ยังไงมันก็ช่วยอะไรไม่ได้

จะมานั่งเศร้า มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ยังไงวันนี้ ก็ จะเจอกันครั้งสุดท้ายแล้ว

ก็ขอแค่ พูดด้วยเป็นครั้งสุดท้าย เถอะ และลาก่อน เพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง



เกิดมาเจอกันก็คือ พรมลิขิต อย่างหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันยาวนาน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คือ คำว่า  " เพื่อน "



" ไอ้นะ "  ยังไง เอ็งก็คือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง จากไปอย่างสงบเถอะ

แล้ว เจอกันชาติหน้านะ ไปอย่างสบายเถอะ



ไม่รุ้จะใส่เพลงอะไรลงไป เอาเพลงที่เอ็งร้องเป็น

เพลงสุดท้ายที่เราได้ซ้อมดนตรีด้วยกันแล้วกันนะ



ปล่อยฉัน resto หลับให้สบายนะ " ไอ้นะ "





 





To Remember


To  Remember




พิณไพเราะ อัครจินตราคม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม

ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคู่นั้น เสียงของเธอ และรอยยิ้มที่แฝงใว้ด้วยความสดใส

สมมุติว่า จีน ดับสูญไป ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ผมจะต้องรับรู้ได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าจะห่างไกล

แม้ว่าจะไม่ได้พบกันอีกเลย







" เป็นความคิดที่ผม คิดหลังจากที่เราได้เลิกกันไป "






 






ผมพยายามที่จะลืมเธอไปให้ได้ แต่มันก็เหมือนจะตอกย้ำผมเสมอๆ

ทุกช่วงเวลา ทุกวินาที ทุกวันเวลา ความทรงจำต่างๆที่เธอเคยทำ

ทุกคำพูดที่ออกจากปากของเธอ มันคือสิ่งที่ทำให้โลกนี้สดใสเสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหน มันเหมือนมีเธออยู่ด้วยเสมอๆ ผมไม่สามารถลืมเธอได้เลย

เหมือนกับว่าไม่สามารถเอาออกไปได้ เหมือนใส่กุญแจเตือนใจของเราอยู่

ผมพยายามจะหากุญแจมาไข แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเจอมันได้เลย






เวลาที่ผมท้อแท้ใจ




" จีนมักจะมาพูดข้างๆหู เสมอๆว่า

ยังไงคนเราก็ต้องเจอกับปัญหาต่างๆกันทุกคนอยู่แล้ว

แต่อยู่ที่ว่าเรากล้าที่จะเผชิญกับมันหรือเปล่าเท่านั้นเองน้า "





เป็นประโยคที่เธอพูดปลอบผมเสมอๆเวลาที่ท้อแท้ใจ และ
 
ประโยคนี้อาจจะปลอบผมไปตลอดและต่อไปเรื่อยๆ









ตราบใดที่ผมยังไม่ยอมตัด จีน ออกจากชีวิต ผมคงไม่สามารถมีใครได้จริงๆ

นั่นเป็นเหตุผลที่อยู่กับผมมายาวนานที่สุด






ถ้าหากเราได้เจอกันอีก แล้วเธอมีคนใหม่

เธอก็อาจจะไปเป็นความทรงจำในซอกหลืบซอกใดซอกหนึ่งในความทรงจำของผม

อาจจะเป็นเพราะลึกๆ ผมเองก็หวังอยากให้เป็นยังงั้นก็ได้


" เพื่อจะได้กล่าวคำอำลาจากความทรงจำนี้เสียที "





"  สุขสันวันครบรอบ ถึงจะเลิกกันไปแล้ว

แต่เอิร์ดก็จำวันที่เราคบกันวันแรกได้น้า "



" เพลงที่เธอชอบ "

"  รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง "











 



 

Tag ซะงั้น



วันนี้ โดน Tag เลยอัพซะเลย

ยังไม่คอ่ยว่างอัพง่ายๆ อ่านๆกัน ขำๆ

เอารุป สมัยตอน ไปเกาหลีมาให้ดูเล่น ตอนนั้น ยังละอ่อน คิ คิ

ตอนนั้น แด จัง กึม กำลังดังพอดี เลย ขอใส่ชุด จุงจง ซะหน่อย ๕๕๕



--------------------------------------------------------------------------------------

1.วันนี้วันที่เท่าไหร่ = 13 ก ค 2550




2.กี่โมงแล้ว = 20:26 น.




3.เทอชื่ออะไร = earth




4.ใครตั้งให้ = ไม่รุ้ พ่อแม่แหละ




5.เกิดวันที่เท่าไหร่ = 24/06/1989




6.ชอบสีอะไร = ฟ้า ขาว ดำ




7.ชอบไปเที่ยวมั้ย = แล้วแต่อารมณ์




8.ไปไหนอะ = ท่าพระอาทิตย์ ไม่ก็ มาบุญครอง




9.เที่ยวกลางคืนป่ะ = ก็ส่วนมากไปท่าพระอาทิตย์ ถ้าว่างอะนะ ร้าน พริตตี้




10.ไปสายบ่อยป่าว = ประจำ




11.ขาดเรียนบ่อยป่าว = ตอนมัธยม โดด เกือบจะทุกวัน




12.เวลามองคนอย่างแรกมองอะไร = หน้า คอ




13.ชอบคนนิสัยแบบไหน = อยู่กันได้ อย่างสันติ




14.ชอบใครอ่ะ = เพื่อนสาว คนนึง ไม่บอก บอกก็รุ้ดิ ~!!!




15.ที่เกลียดล่ะ = เยอะแยะ พวก เหี้ยๆหน่อย อุ้ย ไม่สุภาพ~!!




16.มีเพื่อนหรือมีแฟนดีกว่ากัน = มีทั่งคู่ดีที่สุด




17.เวลาเหงาทำไรน่ะ = นั่งเหงาอยู่ตอ่ไปคนเดียว มันทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น




18.ชอบไปไหนมากที่สุด = ถามซ้ำซากจริง ก็ มาบุญครอง ท่าพระอาทิตย์ไง






19.อยากย้อนไปในอดีตหรืออนาคต

= อยากกลับไปอดีต ตอนที่ยังไม่ได้เลิกกับจีน

อยากดูแลเธอให้มากกว่านี้





20.ชอบตุ๊กตาหรือหุ่นยนต์ = หุ่นยนต์




21.ชอบตุ๊กตาอะไรมากที่สุด = ก็บอกว่าชอบหุ่นยนต์ไง




22.เคยตั้งชื่อให้ตุ๊กตาป่ะ = เอ้ะ ไอ้นี่นิ ก็บอกว่า ชอบหุ่นยนต์ไง




23.คิดว่าบ้าปะตั้งชื่อให้ตุ๊กตา= ยังจำถามอีก บอกชอบหุ่นยนต์




24.กลัวคนบ้าป่ะ = เฉยๆนะ ยังไงเค้าก้คนเหมือนกัน




25.ชอบส่องกระจกป่ะ = กลัวมันร้าวหง่ะ ขี้เกียจเปลี่ยนใหม่




26.เคยให้เงินขอทานป่ะ = บางครั้งบางคราว ถ้า เค้าไม่พิการอะนะ




27.เทอเป็นคนยังไง = อ้วนเตี้ย เหี้ย สั้น เย้ยยย สั้นนี่ อย่าคิกลึกนะ




28.นั่งเรียนตรงไหนของห้อง = ตรงพัดลม เมืองไทย โคตรพ่อโคตรแม่ร้อน




29.แล้วชอบนั่งตงนั้นป่ะ = ไม่ชอบมั้งก็บอกร้อนจะให้ไปนั่งตากแดดหรือ




30.ทำไมนั่งตงนั้น = เอ้าไอ้นี่นะ ก็บอก ร้อนเลยต้องนั่งไง




31.เคยโดดเรียนป่ะ รู้สึกไง = ประจำ ตอน มัธยม เลข อ.สาโรช




32.เรียนสายอะไร = เอก เทคโนโลยีสารสนเทศ




33.ชอบวิชาไรมากที่สุด = ก็เรียนเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ ต้อง ชอบ คอมสิ




34.ชอบใครอยุ่ปะ = จีน คนเดียวในชีวิตนี้




35.ตอนนี้มีแฟนป่ะ กี่คน = อย่าถามเรือ่งแฟน เด่ซ มันจะซึม โอเค้




36 ถ้ามีเเฟนหละ จะรักเเฟนมั้ย = ไม่รักมั้ง ถามโง่ๆ




37.คิดจะเลิกกับแฟนป่ะ = ไม่เคยคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว  แต่เค้าก็ออกจากเราไป




38.คิดว่าตัวเองเป็นคนดีรึป่าว = ถ้าดี จีนคงไม่ออกจากชีวิตไปหรอก




39.ถ้าเพื่อนมาชอบแฟนเธอจาทำไง = กระทืบให้ตายคาตีน




40.ถ้าแฟนเธอกะเพื่อนเธอแอบคบกันล่ะ = คง ต้องทำใจ และ เลิกยุ่งกะเหี้ย 2ตัวนี้อีกต่อไป




41.ถ้าเธอแอบไปชอบแฟนเพื่อนอ่ะ = ไม่เคยคิด มีจีนคนเดียวพอแล้วกับชีวิตนี้




42.ถ้าไปชอบคนที่มีแฟนแล้วทำไง = ก็บอกไม่เคยคิด




44.มีคนมาจีบบ้างป่ะ = ไม่รุ้อะ น่าจะมีคนมองหละมั้ง ว่า อุบาดจริง ๕๕๕๕




45.คิดไงกับคนนั้น = สงสัย พวกนักซุ่มยิง




46.ขอเบอร์ได้ป่ะ = 2.7 นิ้ว คิดเอาเอง ส่วนใหน




48.โกหกเก่งป่ะ = ปก็บ่อยแหละ เวลาโกหกแม่อะนะ




49.ที่ตอบมานี้โกหกปะ = ไม่แน่นอน แต่เกี่ยวกับ จีน นี่จากใจจริงหมด




50.เป็นคนขี้ลืมป่ะ = พอสมควรเลย




51.ของอะไรที่ชอบทำหาย = ตอนเด็ก ว้อกเกิล ตอนมัธยม กุญแจบ้าน ตอน มหาลัย งาน




52.ชอบคนหน้าตายังไง = แบบจีน ติดดิน ไม่ฟุ้งเฟ้อ ใจดี




54.กลัวผีป่ะ =ก็เคยเจอบ่อยๆนะ เมื่อก่อน




55.ถ้าเจอจะทำไง = คงกระตุกมั้ง




56.เคยเจอป่ะ = เคย




57.เคยเจอที่ไหน = เว็ปแคม บนเขา บ้านเพื่อน





58.เพื่อนที่คบมานานที่สุดกี่ปี = 9ปี มั้ง




59.เพื่อนแท้เป็นยังไง = ไม่เคยเจอ เจอแต่เพือ่นแดก เพื่อนเที่ยว อยากเจอเหมือนกัน





60.เคยทำให้ใครโกรธป่ะ ใครอ่ะ = บ่อย




61.เคยมีใครทำให้โกรธป่ะ = บ่อย




62.จะไปง้อป่ะ = เฉพาะผู้หญิง




63.เอาไรไปง้ออ่ะ = ดอกไม้ เฉพาะผู้หญิง ผู้ชายช่างแมร่งไปตายใหนก็ไป




64.ชอบนินทาเพื่อนป่ะ = ไม่อะ ส่วนมากด่าตรงๆ




66.ตอนนี้รู้สึกไง = เมือ่ไหร่จะหมดเนี่ย เยอะจริง




67.วันเสาร์ อาทิตย์ ทำอะไร = นอนตีพุง เล่นเกม เที่ยวห้าง แดกเบียร์




68.เลขนำโชคของเทออ่ะ =  26 / 05 / 2550 วันเกิดจีน




69.เป้าหมายของชีวิตล่ะ = เขียนโปรแกรม มือถือ




70.คติพจน์ประจำใจอ่ะ = ปล่อยวางกับชีวต ใช้เงินอย่างพอดี ตามพ่อหลวงของเรา




71.อนาคตอยากทำอาชีพไรอ่ะ = เขียนโปรแกรม,  ถ่ายภาพ , และอีกเยอะ




72.มีไรจะบอกคนที่ส่งให้ป่ะ = มึงจะถามอีกนานมะ เบื่อละ




73.ที่ส่งให้มีคนพิเศษป่ะ = เพิ่งจะได้และไม่ส่งต่อด้วย




74.ใครอ่ะ = ก็บอกว่าไม่ส่งต่อไง ลำคาร มันปัญญาอ่อน




75.ว่างๆชอบทำไร = แต่งรูป




76.งานอดิเรก = ขี้ มีปัญหามะ




77.คิดว่าไงกับเมลแบบนี้ = มึงพยายามที่จะถามมากเลยนะ




78.จะส่งเมลล์นี้ไปให้ใคร = ก้บอกไม่ส่งไง มันปัญญาอ่อน




79.ถ้าเค้าไม่ส่งกลับล่ะ = ก็ไม่ส่งใครมันจะส่งกลับมาวะ




80.คำบอกลาที่ชอบพูด = บุ้ยบุย จบซะที โคตรเบือ่มึงเลย ถามอยู่นั่น




Edit


ทำไมกูอัพได ไม่ได้วะ สัดเอ้ย เซ็ง




 



ภาพเวลา


วันนี้ผมตื่นขึ้นมายามเช้าเกือบจะเที่ยง เป็นประจำของวันหยุด เสาร์อาทิตย์

ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่กับชีวิตเดิมๆ วันเดิมๆ กับบ้านเดิมๆ

ผมตื่นมา กินกาแฟ กับ ปาท่องโก๋ ทีมีขายอยู่หน้าปากซอยประจำเสมอๆ

วันนี้ผมจะออกไป  ดื่มกัน กับเพื่อนๆของผม

พออาบน้ำ กินข้าวเสร็จ ก็ ได้เวลาออกก่อนจะไปถึงเวลานัด ตอน ห้าโมงเย็น

ก็ไปถึงที่นัด ผมมาก่อนทุกคน ก็ นั่งรอพวกเขา มองท้องฟ้าวันนี้ ดูสดใส ไม่มีเค้าของฝน

แต่พอมองไปนานๆมันก็ทำให้เราเหงาได้เหมือนกัน

มันเหมือนกับว่า ทุกอย่างมัน ไม่หยุดนิ่ง คอยลอยไปเรื่อยๆเหมือนเมฆที่

จะไปรวมกับก้อนอื่น หรือ ลอยไป ก้อนเดียวตามลำพัง มันดูช่างเหงาจับใจจริงๆ

สักพักเพื่อนของผมก็มา ตามเวลานัด ที่ได้นัดกันใว้  แถว ท่าพระอาทิตย์

มีร้านนั่งที่ เฟิง พาผมไปร้านนึง มันดูเรียบง่าย สบายตากว้างขวาง

ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็สั่งเบียร์มาดื่มกันนั่งสังสรรค์กัน

สักพัก ผมขอตัวไปนั่งแถวริมหน้าต่าง มองไปที่แม่น้ำ มันช่างดูแล้วเหมือนกับเวลา

กำลังจะหยุดลงไป ในเวลานั้นเสีย แสงสีของตึกรามบ้านช่องเวลากลางคืน

และแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเงียบสงบ แล้วมีดนตรีเบาจากในร้าน มันฟังแล้วดูมีความสุข

มีลมเย็นคอยพัดไปพัดมา ทำให้เวลาตอนนั้นของผมดูเหมือนว่า มันหยุดนิ่ง

ภาพเวลานี้ผมอยากให้ จีน มาเห็นด้วยจัง มันช่างดูอบอุ่น สุขใจ

จีน ชอบบรรยากาศเวลากลางคืนมาก เธอบอกว่าเวลากลางคืน

มันจะทำให้จิตใจเธอดูเงียบสงบ ผมก็เห็นด้วยกับเธอ เพราะเวลานี้มันทำให้ผมเงียบสงบมาก

แล้วผมก็กลับไปนั่ง ที่เดิม คุยกันสัพเพเหระกันไป

และแล้วก็ถึงเวลาเลิกลา เพื่อนของผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ผมก็เลยไปเดินต่อแถว ใต้สะพานพุทธ ไปแถวท่าเรือ ถือเบียร์ ไปกระป๋องหนึ่ง

นั่งดูแม่น้ำยามค่ำคืน จิบเบียร์ มองแสงสีของกรุงเวลายามกลางคืน ผมยังไม่อยากกลับเท่าไหร่

เพราะตอนนี้ เวลายามกลางคืนทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาเก่าๆ

มันทำให้ผมนึกถึงเธอขึ้นมาจับใจ ถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อยู่กับผมแล้วก็ตาม



M@ Dream









วั น นี้ ล ม เ ย็ น ส บ า ย ดี จั ง

  ผ ม ค่ อ ย ๆ เ อ น ศ รี ษ ะ ล ง บ น ตั ก ข อ ง เ ธ อ  

แ ล้ ว เ ธ อ ก็ ค อ ย ร้ อ ง เ พ ล ง 

  อั น แ ส น ไ พ เ ร า ะ อ บ อุ่ น ห ว า น ๆ อ อ ก ม า



ทำ ใ ห้ ผ ม เ ค ลิ้ ม จ น เ ห มื อ น กั บ น อ น อ ยู่ บ น ปุ ย เ ม ฆ ที่

ช่ า ง นุ่ ม เ ห ลื อ เ กิ ณ สั ก พั ก เ ธ อ ก็ จั บ ศ รี ษ ะ ผ ม ขึ้ น ม า

แ ล้ ว เ ธ อ ก็   เ อ า ศ รี ษ ะ ข อ ง เ ธ อ ม า พั ก ที่ ไ ห ล่ ข อ ง ผ ม

แ ล้ ว พู ด กั บ ผ ม ว่ า เ ว ล า นี้ ฉั น มี ค ว า ม สุ ข ที่ สุ ด เ ล ย ห ล่ ะ

เ ว ล า ที่ ไ ด้ อ ยู่ ใ ก ล้ เ ธ อ มั น ช่ า ง ดู อ บ อุ่ น เ สี ย เ ห ลื อ เ กิ ณ
 




ร อ บ ๆ เ ร า ก็ มี แ ต่ ด อ ก ไ ม้ แ ล้ ว ก็ ต้ น ไ ม้ ใ ห ญ่

ที่ ค อ ย บั ง แ ด ด ใ ห้ แ ก่ พ ว ก เ ร า มี เ สี ย ง น ก ร้  อ ง เ รี ย ก ห า กั น

มั น ช่ า ง มี ค ว า ม สุ ข จ ริ ง ๆ เ ล ย น้ า ท้ อ ง ฟ้ า ก็

แ ส ง อ อ ก ร ะ เ รื อ ๆ ส้ ม อ่ อน ๆ แ ล้ ว ผ ม ก็ พู ด กั บ เ ธ อ ว่ า
 




บ ร ร ย า ก า ศ เ ว ล า นี้ มั น เ ห มื อ น กั บ ว่ า

จ ง ใ จ ใ ห้ เ ร า ไ ด้ ม า อ ยู่ ด้ ว ย กั น เ ห มื อ น กั บ
 
ว่ า เ ว ล า ที่ เ ร า อ ยู่ ด้ ว ย กั น ทุ ก ๆ อ ย่ า ง

ร อ บ ตั ว เ ร า มั น จ ะ ห ยุ ด ล ง

แ ต่ อ ยู่ ดี ๆ ผ ม ก็ ไ ด้ ยิ น เ สี ย ง เ พ ล ง ข อ ง

ด น ต รี อ อ เ ค ร ส ต้ า ดั ง ขึ้ น ข้ า ง ๆ หู ข อ ง ผ ม

แ ล ะ ค่ อ ย ๆ ดั ง ขึ้ น เ รื่ อ ย ๆ  . . . . . .

  ผ ม ก็ เ ล ย ลุ ก ขึ้ น เ ดิ น ห า ต้ น ต อ ข อ ง เ สี  ย ง นั้ น 

ผม เ ดิ  น ต า ม ห าไ ป เ รื่ อ ย ๆ  จ น เ สี ย ง มั น ชั ก ดั ง ขึ้ น เ รื่ อยๆ
 
จ น ผ ม ท น ไ ม่ ไ ห ว  จึ ง ส ะ ดุ้ ง   ลื ม ต า ขึ้ น ม า
 
มื อ ถื อ ข อ ง ผ ม ดั ง อ ยู่ ข้ า ง ๆ

หู ผ ม แ ล ะ ห นั ง สื อ ที่ ก อ ง อ ยู่ ห น้ า ผ ม

ก็ เ ปิ ด อ อ ก เ พ ร า ะ ล ม พั ด ว า บ ๆ เ ว ล า ย า ม เ ย็ น นั่ น เ อ ง

ผ ม ก็ ลุ ก ขึ้ น ม า นั่ ง อ่ า น ห นั ง สื อ แ ล ะ
 
เ ผ ชิ ญ กั บ โ ล ก แ ห่ ง ค ว า ม จ ริ ง ต่ อ ไ ป

ที่  ซึ่ ง ไ ม่ มี ค ว า ม รั ก อ ยู่ เ ล ย ใ น ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง.............






Ma life To Na

 

ชีวิตคนเราเกิดมายังไงก็ต้องตายกันสักวันหนึ่ง

มันไม่สามารถกำหนดได้เลยว่า จะตายวันนี้ หรือตายวันใหน

แต่ตอนนี้เรายังมีชีวิตอยู่ เราทำวันนี้ให้ดีได้หรือยัง




เป็นสิ่งที่ผมคิดได้ก็เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อนผมคนหนึ่ง

ซึ่งก็พึ่งจะสนิทกันตอน เรียนมหาวิทยาลัย ได้จากไปเสียแล้ว ซึ่งผมไม่รุ้ว่า

เค้าได้ตายจากไปแล้ว ซึ่งวันนี้ ผมจะไปงานศพเค้าวันแรก และก็วันสุดท้าย คือวันนี้วันเผา

พอรู้ข่าวเรื่องนี้ มันทำให้ ชีวิต ดู ขมขื่น ดู หวั่นไหวไปซะหมด



ยังจำสิ่งที่คุยกันได้อยู่เลย สิ่งที่พูดกับผมครั้งสุดท้าย

ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมคนดีๆเค้าถึงได้จากไปเร็วเสียเหลือเกิณ

มันดูไม่ยุติธรรมกับคนดีเสียเลย แต่ยังไงมันก็ช่วยอะไรไม่ได้

จะมานั่งเศร้า มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ยังไงวันนี้ ก็ จะเจอกันครั้งสุดท้ายแล้ว

ก็ขอแค่ พูดด้วยเป็นครั้งสุดท้าย เถอะ และลาก่อน เพื่อนที่แสนดีคนหนึ่ง



เกิดมาเจอกันก็คือ พรมลิขิต อย่างหนึ่งแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันยาวนาน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คือ คำว่า  " เพื่อน "



" ไอ้นะ "  ยังไง เอ็งก็คือเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง จากไปอย่างสงบเถอะ

แล้ว เจอกันชาติหน้านะ ไปอย่างสบายเถอะ



ไม่รุ้จะใส่เพลงอะไรลงไป เอาเพลงที่เอ็งร้องเป็น

เพลงสุดท้ายที่เราได้ซ้อมดนตรีด้วยกันแล้วกันนะ



ปล่อยฉัน resto หลับให้สบายนะ " ไอ้นะ "





 





To Remember


To  Remember




พิณไพเราะ อัครจินตราคม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม

ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคู่นั้น เสียงของเธอ และรอยยิ้มที่แฝงใว้ด้วยความสดใส

สมมุติว่า จีน ดับสูญไป ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ผมจะต้องรับรู้ได้อย่างแน่นอน

แม้ว่าจะห่างไกล

แม้ว่าจะไม่ได้พบกันอีกเลย







" เป็นความคิดที่ผม คิดหลังจากที่เราได้เลิกกันไป "






 






ผมพยายามที่จะลืมเธอไปให้ได้ แต่มันก็เหมือนจะตอกย้ำผมเสมอๆ

ทุกช่วงเวลา ทุกวินาที ทุกวันเวลา ความทรงจำต่างๆที่เธอเคยทำ

ทุกคำพูดที่ออกจากปากของเธอ มันคือสิ่งที่ทำให้โลกนี้สดใสเสมอๆ

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใหน มันเหมือนมีเธออยู่ด้วยเสมอๆ ผมไม่สามารถลืมเธอได้เลย

เหมือนกับว่าไม่สามารถเอาออกไปได้ เหมือนใส่กุญแจเตือนใจของเราอยู่

ผมพยายามจะหากุญแจมาไข แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเจอมันได้เลย






เวลาที่ผมท้อแท้ใจ




" จีนมักจะมาพูดข้างๆหู เสมอๆว่า

ยังไงคนเราก็ต้องเจอกับปัญหาต่างๆกันทุกคนอยู่แล้ว

แต่อยู่ที่ว่าเรากล้าที่จะเผชิญกับมันหรือเปล่าเท่านั้นเองน้า "





เป็นประโยคที่เธอพูดปลอบผมเสมอๆเวลาที่ท้อแท้ใจ และ
 
ประโยคนี้อาจจะปลอบผมไปตลอดและต่อไปเรื่อยๆ









ตราบใดที่ผมยังไม่ยอมตัด จีน ออกจากชีวิต ผมคงไม่สามารถมีใครได้จริงๆ

นั่นเป็นเหตุผลที่อยู่กับผมมายาวนานที่สุด






ถ้าหากเราได้เจอกันอีก แล้วเธอมีคนใหม่

เธอก็อาจจะไปเป็นความทรงจำในซอกหลืบซอกใดซอกหนึ่งในความทรงจำของผม

อาจจะเป็นเพราะลึกๆ ผมเองก็หวังอยากให้เป็นยังงั้นก็ได้


" เพื่อจะได้กล่าวคำอำลาจากความทรงจำนี้เสียที "





"  สุขสันวันครบรอบ ถึงจะเลิกกันไปแล้ว

แต่เอิร์ดก็จำวันที่เราคบกันวันแรกได้น้า "



" เพลงที่เธอชอบ "

"  รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง "











 



 

Tag ซะงั้น



วันนี้ โดน Tag เลยอัพซะเลย

ยังไม่คอ่ยว่างอัพง่ายๆ อ่านๆกัน ขำๆ

เอารุป สมัยตอน ไปเกาหลีมาให้ดูเล่น ตอนนั้น ยังละอ่อน คิ คิ

ตอนนั้น แด จัง กึม กำลังดังพอดี เลย ขอใส่ชุด จุงจง ซะหน่อย ๕๕๕



--------------------------------------------------------------------------------------

1.วันนี้วันที่เท่าไหร่ = 13 ก ค 2550




2.กี่โมงแล้ว = 20:26 น.




3.เทอชื่ออะไร = earth




4.ใครตั้งให้ = ไม่รุ้ พ่อแม่แหละ




5.เกิดวันที่เท่าไหร่ = 24/06/1989




6.ชอบสีอะไร = ฟ้า ขาว ดำ




7.ชอบไปเที่ยวมั้ย = แล้วแต่อารมณ์




8.ไปไหนอะ = ท่าพระอาทิตย์ ไม่ก็ มาบุญครอง




9.เที่ยวกลางคืนป่ะ = ก็ส่วนมากไปท่าพระอาทิตย์ ถ้าว่างอะนะ ร้าน พริตตี้




10.ไปสายบ่อยป่าว = ประจำ




1